1 สัปดาห์ หา 4 หมอ (2)

posted on 15 Feb 2010 23:08 by addiary

ถัดมาอีก 2 วันก็ถึงคิวหมอผิวหนังที่ไปรักษาผื่นแพ้อยู่  โชคดีที่หมอนัดตอนบ่าย  เพราะนัดช่วงเช้าทีไรไปเลทโดนพยาบาลดุทุกที  ก็มันตื่นไม่ไหวจริงๆ  นัดช่วงบ่ายยังใช้ชีวิตชิลๆได้หน่อย  เดินทางสบายๆ ไปก่อนก็เวลานัด มีเวลานั่งกินขนมพอกรุบกริบ

จาก 6 เดือนที่แล้วที่ฉันมาพร้อมอาการผื่นเต็มแขนขาแถมมีผิวหนังอักเสบเป็นตุ่มน่ำเหลือง  บอกตรงๆว่าตอนนั้นสยองอยู่พอตัว  ดูเป็นเหมือนเป็นโรคมากๆ  เห็นเองยังกลัวเอง  ช่วงเวลานั้นสภาพเหมือนเพิ่งโดนซึนามิกระหน่ำมาคงไม่ผิดนัก  ตอนนี้คลื่นสงบแระ เหลือไว้แต่ร่องรอยความเสียหายที่ต้องใช้เวลาเยียวยากว่าจะกลับเป็นปกติคงอีกหลายเดือนไม่ก็เป็นปี  แต่ที่กลัวก็คือ after shock มากกว่า ไม่รู้จะมีอะไรให้ชีวิตตื่นเต้นอีกมั้ย  

ฉันถามหมอว่าสิ่งที่ฉันเป็นก่อนหน้านี้เรียกว่า PPE ใช่มั้ย หมอพยักหน้า  เอ๊า ไหงรู้แล้วไม่บอกกันแต่แรก  หรือหมอจะคิดว่าฉันรุ้ว่าแันเป็นอะไรแต่ไม่ได้บอกหมอ  โธ๋ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำ  ก็มารักษาได้เดือนนึงแหละถึงได้จ๊ะเอ๋เข้า จากที่มาหาหมอเพื่อรักษาโรครแต่คราวหน้ากลายเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาสวยเด้งเหมือนเดิม(ถึงจะยากก็เหอะ)  ทำไมผื่นกลับมาขึ่นที่หน้า??? เป็นสิ่งที่ฉันสงสัย  เพราะแต่ไหนแต่ไร จะลมพิษขึ้นหรือจนกระทั่งมาเจอ PPE นี่ ไม่เคยมีขึ้นที่หน้า  แล้วนี่มัเกิดไรขึ้นถึงได้บังอาจมาทำให้่ฉันเสียโฉมแบบนี้

"มันเป็นการปรับความสมดุล   เป็น balance ของร่างกาย"

"ตอนนี้ร่างกายเริ่มมีภูมิต้านทานแล้ว มันก็มีปฏิกิริยาต่อสารที่ระคายเคือง  อะไรที่ที่มันหลบๆซ่อนๆอยู่มันก็จะแสดงออกมาแล้ว"

หืมมมมมมมมมมมมมมมมมมม...ยังมีอะไรที่ฉันไม่รู้อีกมั้ย?  หมอยิ่งพูดยิ่งไม่เข้าใจ  จริงๆก็ไม่เข้าใจตั้งแต่ต้นอยู่แล้วแหละ

"AHA ที่ให้ไปหมดหรือยัง  ทาแล้วแสบมั้ย"

หมดไปตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 แระ หยอดมินิมาก  ปาดไม่กี่ทีก็เกลี้ยง  คราวนี้เลยของมาซะ 3 หลอด  เอาไว้โบกหน้าก่อนนอน

"ยากินยังต้องใช้อยู่นะ  แต่หมอออฟยาทาตัวไปหนึ่งอย่างนะ  คราวหน้าเจอกันซํก 6 สัปดาห์นะ"

ออกมานั่งรอคิดราคายา  สนนราคาออกมาที่ 1,XXX บาท  แถมนั่งรอยานานอยู่เพราะมียาทาตัวนึงหมดต้องไปเอามาจากอีกที่นึง  กลับบ้านตัวเบาหวิวพร้อมยาในถุงใบเขื่อง

หลังจากนั้นไม่กี่วัน....ฉันกำลัง enjoy กับบรรดาผลไม้หลังอาหารมื้อเที่ยง  ฝรั่งคือของโปรดในบรรดาผลไม้รถเข็น  และมันก้เป็นตัวนำไปสู่ชีวิต++ไม่สิ้นสุด  จากที่จะจบที่หมอคนที่ 4  กลายเป็นมีคนที่ 5 แถมมาอีก  คราวนี้เป็น หมอฟัน

การทำฟันเป็นสิ่งฉันเกลียดมาแต่ไหนแต่ไร  ด้วยองค์ประกอบทุกอย่างในคลีนิค กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ  เสียงเครื่องกรอฟัน  ที่ดูดน้ำลาย รวมไปถึงเก้าที่ทำให้ฉันอยู่เหมือนกำลังจะถูกกำการทดลองอะไรบางอย่าง  เรื่องรองเรื่องก้คือเม็ดฝรั่งเข้าไปอุดตรงฟันกรามที่ฉันเคยอุดไว้ตั้งแต่เด็ก  พอเขี่ยเม็ดฝัร่งหลุดปรากฏกว่าฟันตรงนั้นเป็นหลุมลงไป  สงสัยว่าที่อดไว้จะกระเทาะหลุดออกไป  เวลากินอะไรแล้วมันเสียวมาก  โดนไม่ได้เลย

"ที่เคยอุดไว้มันแตกนะ  หมอจะรื้อออก  ทำความสะอาด  แล้วอุดใหม่นะ" ฟังดูเหมือนจะไม่มีอะไร  แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น

---วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด--- เสียงเครื่องกรอฟันกำลังกรอวัสดุอุดตัวเก่าออก

"ไม่ไหวอ่ะหมอ" ฉันยกมือขอให้หยุด  ที่แค่เพิ่งเริ่มกรอยังเสียวขนาดนี้  แล้วถ้าตอนโดนเนื้อฟันจริงๆมันจะขนาดไหน  เสียวแบบนี้ไม่พึงประสงค์เอาซะเลย

"เอายาชามั้ย"  ฉันพยักหน้าทันที

"แต่จริงมันไม่จำเป็นนะ"  ฉันก็ยังยืนยันที่จะขอใช้  ได้โปรดเถอะ  นอนเกร็งตลอดเวลามันเหนื่อย  รู้สึกเหมือนกลั้นหายใจนาน  ทำฟันทีไรรู้สึกเหน็ดเหนือทุกที

หมอบรรจงฉีดยาชาไปที่เหงือกบริเวณที่จะกรอฟัน  ระหว่างที่รอให้ยาออกฤทธิ์ก็ชวนคุยโน่นนี่ไปเรื่อย   พร้อมกับขูดหินปูนทั้งปาก  15 นาทีผ่านไป เริ่มรู้สึกลิ้นซ่าๆ บวมๆ เหมือนพูดไม่ชัด

"ยาชาออกฤทธิ์แล้วนะ"  หมอปรับเก้าอี้ฉันเอนลง  ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนกำลังจะขึ้นเขียงยังไงอย่างงั้นเลย

---วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด--- กรอฟันอีกแระ คราวนี้ความเสียงลดลง แต่ฉันก็นอนตัวเกร็ง กลั้นหายใจอยู่ดี  ใช้เวลาไม่นานฉันก็ต้องขอหมอเบรคครึ่ง เพราะรู้สึกเหนืื่อยมาก

"หายใจตามปกติ  อย่ากลั้นเดี๋ยวปากเขียว  บางคนกลัวมากกลั้นหายใจซะจนปากเขียวก็มี" หมอยังไม่ลดละทีจะพยายามพูดให้ฉันทำตัวสบาย  ก็พยายามแล้ว แต่ความเสียว+ความกลัวมันห้ามไม่ได้

ไม่เกิน 15 นาที ทุกสิ่งก็เสร็จสิ้น  คิดเงินออกมา....

"มียาชาด้วยนะ" หมอเดินมาบอกที่แคชเชียร์

"ทั้งหมด 1,XXX บาทค่ะ"  แม่จ้าววววววว

 "แล้วที่เหลือทีอีกซี่จะมาวันไหนดีค่ะ  วันจันทร์เลยมั้ย  คนไข้้ไม่ค่อยมี"   แํนผลัดเป็นว่าเอาไว้ว่างจะโทรมานัดอีกที  แล้วก็เดินตัวปลิวออกจากร้านราวกันถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ถ้าขืนอาทิตหน้ามาอีก  ที่เหลืออีก 15 วันฉันคงต้องกินมาม่าทุกวันเป้นแน่  เอาไว้เดือนหน้าก็แล้วกันยังไม่เป็นไรมา แค่รำคาญๆ  ว่าจะลองหาทีโรงพยาบาลดูเผื่อนราคาจะเป็นมิตรกว่านี้  นี่ขนาดลูกค้าประจำหมอยังทำกันด้ายยยยยยยย

ฉันเดินไปบ่นไป "ถ้ารู้ว่าทำแบบรวยแบบนี้ ตอนนั้นก็ยอมเรียนไปแล้ว" แต่บางสิ่งกว่าจะคิดได้ก็สายเสียแล้ว  คนเรา...ชีวิตสั้น  สันหลังยาว  ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ  เห้อออออออออ...กรอบ

Comment

Comment:

Tweet

อดทนนะจ้ะ ให้กำลังใจ

#1 By เจเจ (58.9.155.171) on 2010-02-16 05:04