first time @นิรนาม

posted on 08 May 2010 16:50 by addiary

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันได้ไปที่คลินิกนิรนาม  แต่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ฉันได้ไปที่นั่น  เมื่อซัก 5 ปีที่แล้วเพื่อนรักของฉันคนหนึ่งได้ขอให้ช่วยไปเป็นเพื่อนเค้าตรวจเลือดเพราะเขาไปเสี่ยงมา  เท่าที่ฉันจำได้นิรนามในตอนนั้นดูไม่เหมือนวันนี้  ความทรงจำตอนนั้นมันเลือนลางมาก  จำได้แค่ว่าเพื่อนออกมาบ่นว่าเจาะเลือดเจ็บชิ...

     แต่วันนี้ฉันจะไปใช้บริการที่นี่เป็นครั้งแรก    หลังจากโทรถามเจ้าหน้าที่หลายครั้งหลายคราวเกี่ยวกับเวลาเปิดบริการ  รวมทั้งการเปิดคลีนิกในวันเสาร์  วันนี้เป้นเสาร์แรกที่คลีนิกเปิดหลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายคลี่คลายลงบ้างแล้ว

   ที่ BTS ศาลาแดง สถานีที่ฉันคิดว่าใกล้ที่สุด  ฉันเดินไปตาม sky walk ซึ่งจะไปเชื่อมกันสะพานลอบข้ามแยกศาลาแดงบริเวณโรบินสันสีลมที่ตอนนี้กลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้  ถัดจากร้านเจมาร์ทมาหน่อยนึงมีการกั้นพื้นที่พร้อมทหารนายหนึ่งแจ้งให้ทราบว่า "ไปต่อไม่ได้"ความซวยเริ่มถามหาเมื่อต้องเดินย้อนมาลงไปเดินข้างล่างฝ่าม็อบที่ถนนราชดำริเข้าไป  ตอนนี้เขาเอารั้วมากั้นบริเวณแยกอีกแล้วอนุญาตให้รถผ่านได้เฉพาะผู้มาติดต่อโรงพยบาลเท่านั้น  ด้วยความ(คิดว่า)ฉลาดของตัวเอง  ฉันเดินเลี้ยวเข้าไปในรั้วโรงพยาบาล  กะว่าเดี๋ยวไปออกประตูใกล้ๆคลีนิกก็ได้  เดินเข้าไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันจะมีมั้ย  ประตูน่ะมีแต่ล็อคทุกประตู!!!  เดินมาจนคิดว่าสุดเขตโรงพยาบาล กำสำนึกได้ว่าคงต้องเดินย้อนกลับไปออกที่ประตูแรกแล้วเดินข้างนอกจริงๆ  แต่โชคยังช่วยที่ รปภ. เดินมาถามฉันว่าจะไปไหน

   "นิรนามไปทางไหนครับ"

   "เดินออกประตูนี้ เลี้ยวซ้าย  แล้วเข้าประตูแรกได้เลยครับ" เขาตอบฉันพร้อมกับหยิบกุญแจมาไขประตูเปิดให้ฉัน  โดยไม่ทันสังเกต  ก้มีป้าคนนึงเดินตามออกมาอีกคน  คิดว่าคงหลงทางมาเหมือนกัน

   ในที่สุดฉํนก็มาถึงหน้าคลีนิกนิรนามซะที แต่.....ไม่เห็นมีประตูไหนเปิดเลย  แล้วจะเข้าไปยังไงฟระ  ฉันเดินไปที่ประตูที่สองก้พบว่าประตูปิดอยู่เหมือนกัน  พยายามขยับประตูเช็คดูว่าล็อคมั้ย  อ้าวไม่ได้ล็อคหนิแต่ประตูโคตรหนักเลย

   ถึงซะที  สิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อเดินเข้าไปคือแอร์เย็นสบาย บรรยากาศผิดกับที่คิดไว้เยอะ อิอิ  พนักงานไถ่ถามฉันอย่างเป็นกันเอง  บรรยาการศดีกว่าที่คิดไว้แฮะ  ฉันไม่รู้สึกแปลกแยกหรือเป็นตัวประหลาด  มันทำให้ฉันคลายกังวลไปได้เยอะ

   "มาทำอะไรคะ"

   "มาขอปรึกษาเรื่องหูดครับ"

   "กรอกเอกสาร ทำบัตรแล้ว ไปทานข้าวก่อนนะคะ เจ้าหน้าที่ตรวจบ่ายโมงค่ะ" 

   ฉันเลือกที่จะสั่งโกโก้เย็นมารองท้องแทนที่จะเดินตากแดด ฝ่าดงม็อบออกไปกินมื้อเที่ยงข้างนอก  แล้วก็เลยถือโอกาสเดินสำรวจซะเลย  วันนี้มีคนมาใช้บริการประมาณ 5-6 คน  แันสแกนดูแล้วน่าจะมีคนที่เป็นแบบฉัน 3 คน  อิอิมีหน้าตาดีอยู่หนึ่งราย  คิดแล้วก็เสียดายจริงๆ เฮ้ออออ

   ยังไม่ถึงบ่ายโมงพนักงานก็เรียกฉันเข้าไปที่คลีนิก MSM  จนท.ก็ซักถามประวัติทั่วไป

   "จริงๆถ้ารักษาที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว  ไม่ต้องมาที่นี่ก็ได้ เดี๋ยวจะซ้ำซ้อนกัน"

  ฉันเลยต้องแจกแจงเหตุผลที่ฉันเลือกที่จะยอมเสียเงินมารักษาที่นี่จะยาวเหยียด

   "งั้นวันนี้จะตรวจคัดกรองให้  แล้วก็จี้หูดให้ด้วยนะครับ  ถ้าพบเซลล์ที่มีความเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นมะเร็งก้จะต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจอีกครั้ง  ด้วยการส่องกล้อง"

   "มันถึงขั้นต้องทำคีโมมั้ยพี่"

   "ไม่ต้องหรอก  มันยังไม่ถึงขั้นนั้น  แต่เราจะได้รักษาแต่เนิ่นๆ  มะเร็งมันไม่ได้เป็นกันง่ายๆหรอก  นอนที่เตียงเลยครับ" 

   ฉันก็เดินไปที่เตียงจัดท่าทางเหมือนรู้งานเป้นอย่างดี  จนท. ก็เลื่อนม่านมาปิด  แล้วก้เปิดไฟส่องมายังเป้าหมาย - -''  อุปกรณ์ารตรวจดูเหมือนแผ่น post-it   ฉันรู้สึกได้ว่าเขาเอาแผ่นนั้นมาแตะๆตรงบริเวณรอยโรคของฉัน

   "อาจจะเจ็บหน่อยนะครับ" จนท บอกฉันก่อนที่จะใช้บางสิ่งเข้าไปเก็บเซลล์ข้างในของฉัน หึหึหึ  มันก็ไม่เจ็บหรอก แต่มันดึ๋ยๆมากกว่า

   "หูดก็มีไม่เยอะนะ  แต้มไม่กี่ครั้งก็หมดแล้ว  หลุดหมดแล้วจะสั่งยาให้ไปทาเองที่บ้าน  เพิ่มภูมิต้านตานให้ผิวหนัง" เขาพยายามช่วนฉันคุยระหว่างที่จี้ยา

   "ส่วนหูดข้าวสุกนี่ ต้องบ่งออกเหมือนสิวนะ  มันมีหัวอยู่ข้างในคล้ายๆสิวแต่ไม่ใช่หนอง"

   "เห็นหมอที่ รพ. บอกว่า โฟรืขึ้นแล้วมันจะยุบไปเองหนิครับ ไม่ต้องทำอะไรก็ไ้ด้"

    "ไม่หรอกมันมีเชื้ออยู่  ต้องเอาหัวออก  ไม่งั้นโอกาสจะลามก็มี"

   "เจ็บมั้ยคับ" 

   "ก้นิดหน่อย  แต่ไว้คราวหน้าค่อยทำก็แล้วกัน  ทายาชาก่อน  ไม่เป็นไรหรอกครับ   เรียบร้อยแล้วครับ"

   ฉันรับใบนัดแล้วก้ไปจ่ายเงิน 250 บาท ราคาถูกเหลือเชื่อ   รู้สึกได้เลยว่าที่นี่เค้าทำเพื่อช่วยเหลือพวกเราจริงๆ  บอกตามตรงว่ารู้สึกดีกว่ารักษาที่เดิมเยอะมาก  แล้วก็คลายความกังวลไปได้พอสมควรเลย  เสร็จธุระแล้วฉันก้เดินฝ่าดงม็อบออกไปหาข้าวกิน  แล้วก็กลับบ้าน  แต่หนทางมันไม่ง่ายเหมือนขามาเอาซะเลย  คราวนี้ต้องเดินอ้อมไปทางสวนลุมไปข้างถนนตรงหน้าสถานี MRT  ให้มันรู้กันไปว่าชีวิตยังลำบากได้อีก ..... มันเซ็งตรงนี้แหละ

 

 

Comment

Comment:

Tweet