4UP กับนิรนามภาค 2

posted on 25 May 2010 18:54 by addiary

ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เป้นวันที่หมดนัดรับยาและฟังผลlab ฉันต้องไปถึงโรงพยาบาลก่อน 8.00 น. เพื่อให้ทันคุณหมอตรวจรอบแรก ไม่งั้นต้องรออีกรอบตอน 10.00 น. อันที่จริงก็ตื่นเช้ากว่าเดิมแค่ 10 นาที แต่ลดเวลาโอ้เอ้ลงไป 30 นาที ก็ถึงโรงพยาบาลอย่างฉิวเฉียดเกือบ 8 โมงเคารพธงชาติ

"วันนี้มาเจาะเลือดเหรอคะ" พยาบาลประจำห้องวัดชีพจรทักทายด้วยประโยคแสลงหู แํนปฏิเสธไปพร้อมกับถามว่าทำไมถึงจำฉันได้ คำตอบก็คือ มีคนไข้ไม่กี่คนหรอกที่เจาะเลือดแล้วโรงพยาบาลต้องโทรไปตามให้มาสละเลือดเพิ่ม  แล้วก็มีไม่กี่คนที่โดนซะแขนพรุนแบบฉัน -*-

นั่งรอประมาณ 10 นาที หมอก็เรียกเข้าไปพบ ฉันเห็นใบผลเลือดวางอยู่ข้าง พยายามจะอ่านแต่ก็ดูไม่เข้าใจ

"CD-4 = 158  9.7% นะ ส่วน VL ตรวจไม่พบ"

อารมณ์ตอนนั้นมันมีทั้งดีใจแล้วผิดหวังนิดหน่อย ตอนแรกฉันคาดหวังว่าน่าจะขึ้นไปเป็นซํก200กว่าๆ ให้ใจชื้นนิดนึง

"แสดงว่ายากดไวรัสได้อยู่นะ เพิ่มจากครั้งแรก CD=40  3.4% คิดแล้วก็ 200%กว่าๆ"

หมอถามถึงการทายยาของฉันว่าเป้นยังไงบ้าง ทานง่ายมั้ย ตรงเวลามั้ย

"ตรงทานให้ตรงเวลานะ ผิดไป30นาที เจ้าเชื้อก็โงหัวขึ้นมาแล้ว เราต้องใช้ยากดเชื้อไม่ให้โงหัวขึ้นมาได้ ยาสูตรพื้นฐานเป็นสูตรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด  แล้วก็ราคาไม่แพง ถ้าเกิดเชื้อดื้อยาแล้วเราต้องเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นมันจะแพงกว่านี้มาตัวต้องจ่ายเลือกละหมื่นสองหมื่น แถมประสิทธิภาพยังสู้ตัวพื้นฐานไม่ได้"

หมอส่องเปลือกตาและตรวจการให้ใจพอเป็นพิธี ย้ำว่าพอเป็นพิธีจริงๆ

"หมอจะออฟยากันเชื้อรานะคะ โฟร์เกิน100แล้วไม่ต้องทานแล้ว ส่วนยากันปอดอักเสบตัวต้องทานอยู่" แต่ฉันสงสัยว่าทำไมถึงหยุดยาตัวนี้เร็วขนาดนี้ หมอก็เลยอธิบายให้ฟังแถมยังบอกให้ฉันลองหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตด้วย หึหึหึ

ซำร้ายหมอยังทิ้งท้ายด้วยการขู่ให้กลัวอีก"อยากกินยาเหรอ ไม่กลัวตับพังเหรอ" แล้วก็นัดฉันอีก 2 เดือน

 

ในวันต่อมา..... จากคราวที่แล้วที่ฉันเปลี่ยนที่รักษาหูดมาเป็นนิรนามเพื่อความสบายใจ ตั้งแต่ต้นเดือน ซึ่งที่จริงทางคลีนิคนัดฉันไปติดตามการรักษาและบ่งหูดข้าวสุกออกตั้งแต่ช่วงกลางเดือนแต่ก็ไม่ไ้ด้ไป เพราะอะไร ไม่อยากพูดถึง

วันนี้ช่วงบ่ายว่างๆก็เลยโดดงานออกมา แต่ก็ไม่วายโทรไปเช็คก่อนเพราะกลัวโดดงานเก้อ ไปถึงคลีนิคก็เกือบ16.00 น. มีคนไข้อยู่3-4คน เท่าที่สแกนแล้น่วาจะเป็นกลุ่ม MSM ทั้งหมด รอได้แป๊บเดียว จนท. ก็เรียกให้ฉันเข้าไปพบเพื่อทายาชาบริเวณรอยโรค และทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงให้ยาออกฤทธิ์

16.30 น. ได้เวลาขึ้นเขียง!!! ฉันสังเกตอุปกรณืเท่าที่เห้นมี เข็ม!! เบตาดีน แล้วก็แอลกอฮอล์ ผ้าก็อช แค่นี้ และแล้วเวลานั้นก็มาถึง

"เจ็บมั้ย ทีพี่หยิกที่เจ็บมั้ย" ฉันส่ายหน้าตอบปฏิเสธ จนท จึงเริ่มปฏิบัติกำจัดหูดข้าวสุก ที่มีอยู่ 4-5 เม็ด ระหว่างนั้นพี่เค้าก็ชวนคุยไปเรื่อย บรรเทาความกลัวของฉันไปได้เยอะ

"เรียบร้อยแล้ว พี่จี้ยาให้ด้วย ทิ้งไว้ 4ชม. แล้วค่อยล้างออกนะ คราวหน้ามาติดตามการรักษา แล้วก้จะส่องกล้องเข้าไปดูข้างในด้วยว่ามั้ยมั้ย"

"ห๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา" เสียงอุทานของฉันแหมและยาวมาด้วยความตกใจ จิ้นไปถึงสภาพที่ต้องขึ้นขาหยั่งเหมือนตรวจภายใน

"ไม่ต้องกลัวหรอก ไม่เจ็บ จะได้หายไง"ก่อนกลับฉันเล่าถึงผลโฟร์ที่ไปตรวจมา และเรื่องที่หมอหยุดยากันเชื้อราให้ จนท. ฟัง

"จริงๆยังไม่น่าหยุดนะ ควรจะตรวจ 2 ครั้งก่อน แต่ไม่เป้นไร เอายาที่นี่ไป" พูดจบก็หยิบยาจากตู้มาให้ฉัน 2 แผงซึ่งก้พอสำหรับเวลา 2 เดือนพอดี

"เดี๋ยวไปจ่ายเงิน 50 บาทนะ ให้พี่นะ"

ฉันก็ทำหน้างงแล้วถามถึงเรื่องค่ายา

"อันนี้ฟรี แต่มันใกล้หมดอายุแล้ว ไว้คราวมีล็อตใหม่มาลงพี่เอาให้"

อยากจากบอกว่าไม่เคยเจอความใจดี ความเข้าอกเข้าใจขนาดนี้ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองจัดอย฿่ในกลุ่ม"คนพิเศษ" ปลาบปลื้มอย่างบอกไม่ถูกทั้งบริการอย่างเป็นมิตรและราคาที่ประหยัดขนาดนี้ อย่างน้อยบนโลกนี้ก็ยังมีที่ที่เข้าใจคนอย่างฉัน ไม่รังเกียจคนแบบฉัน ขอบคุณประเทศชาติมากมายที่มีสิ่งดีๆแบบนี้ให้กับสังคม

 

 

 

edit @ 26 May 2010 18:49:34 by addiary

Comment

Comment:

Tweet